posted on 04 Sep 2011 19:39 by anuphan
พายแอบเปิ้ล [Apple Pie]
ส่วนผสมแป้งครัสต์: สำหรับทำแป้งครัสต์ 2 อัน บนกับล่าง
1. แป้งสาลีเอนกประสงค์ 2 1/2 ถ้วย (400 g.)
2. น้ำตาลทรายละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
3. เกลือ 1/2 ช้อนชา
4. เนยจืดแบบเย็นจัด 1 ถ้วย (250 g.) หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็ก ๆ
5. น้ำเย็นจัด ๆ 5-6 ช้อนโต๊ะ (ค่อย ๆ ใส่และกะดูว่าแป้งพอดีหรือยัง)
วิธีทำ:
ร่อนแป้ง เกลือ น้ำตาล ด้วยกันและคลุกให้เข้ากัน จากนั้นใส่เนยลงไป ใช้ส้อมหรือที่สับสำหรับทำแป้งพายสับๆ ให้เข้ากัน แล้วจึงใส่น้ำเย็นลงไปคลุก ๆ และใช้มือนวดพอเข้ากันดี แล้วจึงแบ่งโดว์ออกเป็นสองส่วนเท่า ๆ กัน แล้วทำเป็นรูปแผ่นดิสก์สองห่อ ห่อด้วยพลาสติกใสแช่เย็นไว้สักครึ่งชั่วโมง ระหว่างนี้ก็ทำไส้ไป.......เมื่อแป้งโดว์พอใช้ได้ ก็นำมานวดให้แบนไว้ทั้งสองแผ่น เส้นผ่าศูนย์กลาง 12-13 นิ้ว (สำหรับถาดพาย 9 นิ้ว) แล้วอันหนึ่งใส่ลงไปในถาดพาย ใส่ตู้เย็นทิ้งไว้จนกว่าจะได้ที่ และอีกแผ่นหนึ่งก็นวดไว้เป็นฝาปิดใส่ตู้เย็นไว้ก่อนเช่นกันจนถึงเวลาจะใช้ จึงนำออกมา
ไส้:
1. แอ๊ปเปิ้ลขนาดใหญ่ 5-6 ลูก (แบบแข็งเนื้อแน่นหน่อย) ปอกเปลือก คว้านเมล็ดออก และหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ไว้
2. น้ำมะนาวคั้นสด 2 ช้อนโต๊ัะ
3. น้ำตาลทรายแดง 3/4 ถ้วย
4. cornstarch 2 ช้อนโต๊ะ (การ ทำพายผลไม้จะนิยมใช้ Cornstarch มากกว่า Tapioca Flour หรือแป้งมันเพราะจะเกาะตัวได้ดีกว่า พายผลไม้บางอย่างน้ำผลไม้ที่เยิ้มเกินไปและแป้งมันที่ไม่ข้นเท่า Cornstarch อาจทำให้เวลาอบพายแล้วทำให้แป้งพายรั่วเพราะน้ำจากไส้พายรั่วซึมทะลุนั่นเอง ดังนั้นการเลือกใช้แอ๊ปเปิ้ล ส่วนผสมของแป้งพาย และแป้งที่ใช้ยึดเกาะหรือ Cornstarch กับ Tapioca Flour จึงจำเป็นต้องระมัดระวังไว้บ้าง)
5. ซินนาม่อนผง 1 ช้อนชา
6. ผงดอกจันทร์ 1/2 ช้อนชา
7. เกลือ 1/4 ช้อนช้า
8. เนยจืด 2 ช้อนโต๊ธหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าไว้โรยบนไส้
9. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ



วิธีทำ:
1. นำผงซินนาม่อน ผงลูกจันทร์ เกลือ มาคลุกเข้าด้วยกัน
2. หั่นแอ๊ปเปิ้ลเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ชามผสมชามใหญ่เอาไว้ แล้วจึงเทน้ำมะนาวสดคั้นลงไปคลุกก่อน
3. นำผงซินนาม่อน ลูกจันทร์ เกลือ เทลงไปคลุกกับแอ็ปเปิ้ล
4. เท Cornstarch ลงไปคลุกกับส่วนผสมของแอ๊ปเปิ้ล
5. จากนั้นก็คลุกด้วยน้ำตาลทรายแดง
6. เทส่วนผสมของแอ๊ปเปิ้ลลงไปในถาดพายที่เตียมไว้ แล้วเอาแป้งสำหรับทำฝาพายปิดทับลงไป แล้วม้วนแป้งพายจากด้านล่างขึ้นข้างบน (จับขอบ) และปิดให้สนิท อาจใช้มือลูบน้ำเย็นช่วยให้สนิท
7. จากนั้นก้ทำพายที่ใส่ไส้แล้ว ปิดฝาแล้วเข้าไปแช่ในตู้เย็นอีกประมาณ 20-30 นาที จนแป้งพายค่อนข้างแน่น
8. จากนั้นก็อบด้วยอุณหภูมิ 350 F เป็นเวลา 30 นาที
9. จากนั้นก็ใช้มีดมากรีดฝาพายให้เป็นตารางหมากรุก กว้าง ยาว ด้านละ 1 นิ้วโดยประมาณ กรีดฝาบนให้ขาด และใช้ Spatula ที่เป็นโลหะกดตารางหมากรุกที่คัดแล้วลงไป ให้ไปติดแน่นกับไส้ แล้วจึงนำไปอบต่อด้วยอุณหภูมิเดิมอีก 30-40 นาทีจนฝาพายดูเหลือง แล้วจึงนำออกมาวางบนแร็คแล้วทิ้งไว้ให้เย็นเป็นเวลา 30 นาที กินเปล่า ๆ หรือโรยด้วยวิปครีมหรือกินกับไอศครีมก็ได้
edit @ 9 Sep 2011 21:37:54 by creamiiz
edit @ 9 Sep 2011 21:39:27 by creamiiz
posted on 16 Aug 2011 19:42 by anuphan
1. มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร
ตอบ การใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับโปรแกรมซอฟต์แวร์ในการสื่อความหมายโดยการผสมผสาน สื่อหลายชนิด เช่น ข้อความ กราฟิก (Graphic) ภาพเคลื่อนไหว (Animation) เสียง (Sound) และวีดิทัศน์ (Video) เป็นต้น เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลเพื่อให้เราเห็นภาพหรือเข้าใจในเนื้อหานั้นๆได้ง่ายขึ้น
2.การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งที่พิมพ์อย่างไร
ตอบ การนำเสนอข้อมูลทางเว็บไซต์จะรวดเร็วกว่าและสามารถเชื่อมโยงไปยังแหล่งความรู้อื่นๆได้
3.Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง
ตอบ PowerPoint เป็นโปรเเกรมในการนําเสอนได้ในหลายรูปเเบบ จะเป็นนําเสนอ เเบบเป็นอักษร เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว โดยตัวโปรเเกรมนั้นสามารถนําสือเหล่านี้มารวมกันได้เเละมีประสิทธิภาพมากที่สุด
4.การเชื่อมโยงภายในและภายนอก Microsoft Powerpoint แตกต่างกันอย่างไร
ตอบ การเชื่อมโยงภายใื่อมโยงภายนอกจะใช้จะใช้ไฟล์เดียวกันส่วนการเชื่อมโยงภายนอกอาจเชื่อมโยงจากเว๊บไซต์อินเทอร์เน๊ตก็ได้
5.นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง
ตอบ นำเสนอโดยการพูด อ่าน หรือเขียน การนำเสนอโดยการเขียนก็เขียนใส่ในเอกสารเป็นข้อความต่างๆ
6.นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด
ตอบ กราฟแท่ง เพราะการฟแท่งสามารถเสนอให้เห็นข้อมูลถึงการเปรียบเทียบว่าแต่ละแท่งมีการนำเสนอข้อมูลที่แตกต่างกันอย่างไรซึ่งมันทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนและง่าย
7.การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบใน Microsoft Powerpoint สามารถทำได้อย่างไร
ตอบ 1. คลิกจากเมนู File > New
2. คลิกที่ On my computer (บนคอมพิวเตอร์ของฉัน)
3. คลิกแท็ บ Presentations ซึ่งเป็นแม่แบบการออกแบบ ซึ่งมีแม่แบบภาพนิ่งไว้ให้เลือกใช้ มีการตรียมหัวเรื่องและลำดับที่จะบรรยาย รวมทั้งมีการตกแต่งไว้อย่างสวยงาม
4. คลิกเลือกชุดสไลด์ที่ต้องการ
5. คลิกปุ่ม ok
6. ใส่หรือแก้ไขข้อความตามต้องการ สามารถนำมาแก้ไขหรือดัดแปลงเพื่อลดขั้นตอนการสร้างสไลด์ใหม่ให้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น
8.การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหวใน Microsoft Powerpoint สามารถตั้งค่าได้ที่ใด
ตอบ เลือกกล่องข้อความหรือวัตถุที่ต้องการให้เคลื่อนไหว แล้วคลิกที่แทบด้านบน"นำเสนอภาพนิ่ง" แล้วเลือก "การเคลื่อนไหวที่กำหนดเอง"
9.ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือหรือตัวอักษรมาอย่างน้อย 3 โปรแกรม
ตอบ 1. Microsoft PowerPoint 2. Microsoft office word 3. Microsoft Excel
10.ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน Microsoft Powerpoint จะสามารถสร้างงานนำเสนอข้อมูลได้หรือไม่ อย่างไร
ตอบ ได้ เพราะ สามารถใช้เป็นแผนภูมิ แผนภาพ แผนผัง กราฟ เสียง หรืออื่น ๆแทนได้
11.เครื่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft Powerpoint หรือไม่อย่างไร
ตอบ ไม่ได้ เพราะ การนำเสนอข้อมูลโดยการใช้ Microsoft Powerpoint นำเสนอโดยการแสดงบนจอภาพ
12.Microsoft Powerpoint สามารถแทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร
ตอบ ได้ 1. คลิกที่ Insert (แทรก)
2. ถ้าจะแทรกอันไหนก็คลิกไปยังอันนั้น
3. เลือกไฟล์ แล้วกดตกลง
13.การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือตัวอักษรอย่างไร
ตอบ สามารถเข้าใจได้ง่ายกว่าการนำเสนอแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษรเพราะเราสามารถดูจากภาพได้เลยโดยที่ไม่ต้องอ่าน
14.การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft Powerpoint สำหรับผู้รับข้อมูล 20 คนพร้อมกันจะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใดบ้าง
ตอบ ฮาร์ดแวร์ เช่น คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค ซอร์พแวร์ เช่น Microsoft PowerPoint
15.ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษรรูปภาพหรือภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน
ตอบ คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค โทรศัพท์
edit @ 16 Aug 2011 21:09:18 by creamiiz
edit @ 16 Aug 2011 21:36:47 by creamiiz
edit @ 17 Aug 2011 21:59:04 by creamiiz
posted on 09 Jul 2011 12:00 by anuphan
ภาษาปาสคาล
ภาษาปาสคาลสร้างขึ้นเพื่อใช้สอนการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้เป็นระบบและมี ระเบียบเป็นโครงสร้างเนื่องจากเป็นภาษาที่มีรูปแบบง่าย ต่อความเข้าใจ เขียนเป็นโปรแกรมได้เร็วแก้ไขปรับปรุงง่าย ผู้สร้างภาษานี้คือ ดร.เวียร์ เมื่อประมาณปี พ.ศ.2514 ซึ่งหลังจากออกแบบแล้ว ได้มีผู้นำไปเขียนเป็น โปรแกรมตัวแปร
(COMPILER) โดยที่ตัวแปรที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ TURBO PASCAL ของบริษัทบอร์แลนด์และปัจจุบันได้ถูกพัฒนาไปเรื่อยๆ
ในอดีตภาษาคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่าฟอร์แทรนและโคบอลเป็นภาษาที่นิยมให้มากที่สุด ภาษาฟอร์แทรนพัฒนาขึ้นใช้ในปี พ.ศ. 2499 เป็นภาษาที่ใช้เพื่อประยุกต์งานด้านตัวเลขได้ดีเยี่ยม ส่วนภาษาโคบอลพัฒนาขึ้นในปี พศ. 2502 มุ่งใช้งานด้านประมวลผลธุรกิจ สำหรับภาษาปาสคาลได้รับการพัฒนาขึ้นในปี พศ2513โดย นิเคลาส์ เวียร์ธ(Niklaus Wirth) แห่งเทคนิเคิล ยูนิเวอร์ซิตี้ ในเมืองซูริค ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมแพร่หลายในปัจจุบันและจะนิยมกันมากในอนาคต จุดประสงค์ของการใช้ภาษาปาสคาลเบื้องแรกก็คือ ฝึกนิสัยการเขียนโปรแกรมให้มีระเบียบระบบหรือฝึกการเขียนโปรแกรมโครงสร้าง ภาษาปาสคาลเป็นภาษาที่ออกแบบขึ้นให้มีความง่ายต่อการทำงาน การเข้าใจและการใช้ ปาสคาลเป็นชื่อของนักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศสชื่อว่า Blaise Pascal ซึ่งได้คิดเครื่องคำนวณระบบกลไกขึ้นเป็นคนแรกจึงได้รับเกียรติให้ตั้งเป็นชื่อภาษาคอมพิวเตอร์ซึ่งเวียร์ธเป็นผู้สร้างภาษานี้ขึ้น ใช้กันกว้างขวางในสหรัฐอเมริกาและยุโรปเพื่อสอนการเขียนโปรแกรมโครงสร้าง และใช้เป็นภาษาเอนกประสงค์ ซึ่งประยุกต์ใช้ได้ทั้งคอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่และไมโครคอมพิวเตอร์โปรแกรมง่าย ๆ
โครงสร้างของโปรแกรมภาษาปาสคาล
โปรแกรมในภาษาปาสคาล แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ
1. ส่วนหัว (Heading) เป็นการประกาศชื่อของโปรแกรม ขึ้นต้นด้วยคำว่า PROGRAM ตามด้วยชื่อของโปรแกรม และจบบรรทัดด้วย ;
รูปแบบ
PROGRAM ชื่อโปรแกรม (รายชื่ออุปกรณ์);
ตัวอย่าง
PROGRAM EXAM1;
PROGRAM EXAM1(INPUT,OUTPUT);
ข้อสังเกต ชื่ออุปกรณ์ คือ INPUT, OUTPUT หรือชื่อของไฟล์ที่เกี่ยวข้องภายในโปรแกรมถ้าไม่ระบุจะถือว่า INPUT เข้าทาง keyboard และ OUTPUT ออกทางจอภาพ
2. ส่วนข้อกำหนด (Declaration part) คือส่วนตั้งแต่ส่วนหัวไปจนถึงคำว่า BEGIN ของโปรแกรมหลัก และเป็นส่วนที่เรากำหนดค่าต่าง ๆ ดังนี้
2.1 VAR เป็นการกำหนดแบบของข้อมูลให้แก่ตัวแปร
รูปแบบ
VAR รายชื่อตัวแปร : ประเภทของข้อมูล;
ตัวอย่าง
VAR I,J,K : INTEGER;
NAME : STRING;
SALARY : REAL;
2.2 TYPE เป็นการกำหนดแบบของข้อมูลขึ้นใหม่
รูปแบบ
TYPE ชื่อของแบบ = ประเภทหรือค่าของข้อมูล;
ตัวอย่าง
TYPE SCORE = INTEGER;
WEEK = (MON, TUE, WED, THU, FRI);
VAR TEST, MIDTERM, FINAL : SCORE;
DAY : WEEK;
2.3 CONST เป็นการกำหนดค่าคงที่
รูปแบบที่ 1
CONST รายชื่อค่าคงที่ = ค่าที่กำหนด;
รูปแบบที่ 2
CONST รายชื่อค่าคงที่ : ประเภทของข้อมูล = ค่าที่กำหนด;
ตัวอย่าง
CONST HEAD = ‘EXAMINATION’;
CONST A = 15;
CONST SALARY : REAL = 8000.00;
2.4 LABEL ใช้คู่กับคำสั่ง GOTO ภายในโปรแกรม
รูปแบบ
LABEL รายชื่อของ LABEL;
ตัวอย่าง
LABEL 256,XXX;
เช่น GOTO 256; GOTO XXX;
3. ส่วนคำสั่งต่าง ๆ (Statement Part) เป็นส่วนสุดท้ายของโปรแกรม ขึ้นต้นด้วย “BEGIN” และปิดท้ายด้วย “END.”
ตัวอย่าง
BEGIN
Statement หรือคำสั่งต่าง ๆ ;
END.
edit @ 9 Jul 2011 12:11:50 by creamiiz
edit @ 9 Jul 2011 12:14:52 by creamiiz